APA 7th Edition (American Psychological Association) คือมาตรฐานการจัดรูปแบบเอกสารเชิงวิชาการและการอ้างอิงบรรณานุกรมที่ประกาศใช้มาตั้งแต่ปลายปี 2019 โดยปรับปรุงจากฉบับที่ 6 เพื่อให้ทันสมัย เข้ากับยุคดิจิทัล และเน้นความกระชับในการเขียนรายงาน งานวิจัย หรือวิทยานิพนธ์
จุดเปลี่ยนสำคัญจาก APA 6th สู่ APA 7th
1. การอ้างอิงในเนื้อหา (In-text Citation) ที่มีผู้แต่งตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
เดิม (APA 6th): ครั้งแรกต้องใส่ชื่อครบทุกคน แล้วครั้งถัดไปค่อยใช้ et al. (หรือ และคณะ)
APA 7th: ใส่ชื่อคนแรกตามด้วย et al. หรือ และคณะ ตั้งแต่การอ้างอิงครั้งแรกทันที (ยกเว้นมีผู้แต่งชุดเดียวกันที่ย่อแล้วซ้ำกัน)
ตัวอย่าง: (Smith et al., 2020) หรือ (สมชาย และคณะ, 2563)
2. การใส่ชื่อผู้แต่งในบรรณานุกรม (Reference List)
เดิม: ใส่ได้สูงสุด 7 คน
APA 7th: ระบุชื่อผู้แต่งได้สูงสุดถึง 20 คน ก่อนจะใช้เครื่องหมายจุดไข่ปลา ... คั่นเพื่อใส่ชื่อผู้แต่งคนสุดท้าย
3. ตัดสถานที่จัดพิมพ์ (Publisher Location) ออก
สำหรับหนังสือ ไม่ต้องระบุเมืองหรือรัฐที่พิมพ์อีกต่อไป ให้ระบุเฉพาะชื่อสำนักพิมพ์
เดิม: New York, NY: McGraw-Hill.
APA 7th: McGraw-Hill.
4. การอ้างอิงลิงก์และ DOI (Digital Object Identifier)
นำเสนอรูปแบบ DOI ให้เป็นมาตรฐาน URL แบบคลิกได้: [https://doi.org/](https://doi.org/)...
ตัดคำนำหน้าว่า doi: หรือข้อความ Retrieved from ออก (ยกเว้นเนื้อหาบนเว็บไซต์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงจะใส่วันที่ดึงข้อมูล เช่น วันที่สืบค้น)
5. รูปแบบฟอนต์ที่ยืดหยุ่นขึ้น
ไม่จำกัดเฉพาะ Times New Roman 12 pt อีกต่อไป อนุญาตให้ใช้ Sans-Serif อ่านง่าย เช่น:
Calibri 11 pt, Arial 11 pt, Lucida Sans Unicode 10 pt
หรือ Serif อย่าง Times New Roman 12 pt, Georgia 11 pt
(สำหรับงานภาษาไทย มักยึดตามข้อกำหนดสถาบัน เช่น TH Sarabun PSK / New 16 pt)
6. กรณีที่ ผู้แต่งเป็นคนเดียวกัน ไม่ต้องใช้เครื่องหมายขีดเส้น _______ แทนชื่อผู้แต่งแล้ว แต่ต้องพิมพ์ชื่อเต็มทุกครั้ง
สมชาย สุขเกษม. (2562). พฤติกรรมองค์กรสมัยใหม่. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย...
สมชาย สุขเกษม. (2565). ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย...
การอ้างอิงในเนื้อหา (In-text Citation)
1. ใส่เลขหน้าเสมอ: เมื่อคัดลอกข้อความตรง (Direct Quotation) เมื่อยกคำพูด ประโยค หรือข้อความของผู้อื่นมาแบบคำต่อคำ
กรณียกถ้อยคำในเครื่องหมายคำพูด "..." หรือ Block Quotation) จำเป็นต้องระบุเลขหน้าเสมอ เพื่อให้ผู้อ่านตรวจสอบตำแหน่งต้นฉบับได้ทันที
(สมชาย สุขเกษม, 2565, หน้า 45)
(Smith, 2020, p. 15)
(Smith, 2020, pp. 15–16)
2. ไม่จำเป็นต้องใส่ (แต่ใส่ได้): เมื่อถอดความหรือสรุปความ (Paraphrasing)
หากอ่านทำความเข้าใจแล้วนำมาเขียนเรียบเรียงใหม่ด้วยสำนวนของตนเอง หลักทั่วไปคือไม่ต้องใส่เลขหน้า ใส่เพียงผู้แต่งและปีพิมพ์
(สมชาย สุขเกษม, 2565) หรือ (Smith, 2020)
3. กรณีแหล่งข้อมูลไม่มีเลขหน้า (เช่น เว็บไซต์, วิดีโอ)
3.1 หน้าเว็บไซต์ / บทความออนไลน์
ย่อหน้าที่ (Paragraph: para.) หรือหัวข้อ
(กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, 2566, para. 3)
3.2 วิดีโอ / YouTube / พอดแคสต์
ตำแหน่งเวลา (Timestamp: นาทีกำกับ)
(TEDx, 2022, 05:42)
3.3 สไลด์บรรยาย (Slide deck)
เลขสไลด์ (Slide number)
(อาจารย์วิชัย, 2564, slide 12)
โครงสร้างการเขียนบรรณานุกรมพื้นฐาน (Reference List)
1. หนังสือ (Book)
ผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อหนังสือ (พิมพ์ครั้งที่ ถ้ามี). สำนักพิมพ์.
ประสิทธิ์ ปทุมรัตน์. (2563). การจัดการทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์ (พิมพ์ครั้งที่ 3). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
(สังเกต: ชื่อหนังสือใช้ตัวเอียง ส่วน (พิมพ์ครั้งที่ 3) และชื่อสำนักพิมพ์ใช้ตัวตรง ไม่ต้องใส่สถานที่พิมพ์ เช่น กรุงเทพฯ)
2. บทความวารสาร (Journal)
ผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่(ฉบับที่), เลขหน้า. https://doi.org/...
อรทัย พัฒนกุล, และ ศักดิ์ชัย เลิศล้ำ. (2565). ผลของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน. วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์, 14(2), 105–122. https://doi.org/10.14456/jbss.2022.12
(สังเกต: ชื่อบทความตัวตรง, ชื่อวารสารและเลขปีที่ 14 ตัวเอียง, เลขฉบับที่ (2) และเลขหน้าตัวตรง)
3. วิทยานิพนธ์ (Thesis / Dissertation)
โครงสร้าง: ผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อวิทยานิพนธ์ [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต หรือ วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, ชื่อมหาวิทยาลัย]. ฐานข้อมูลหรือชื่อคลังปัญญา. URL
กนกพร ชัยประเสริฐ. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรยุคเจนเนอเรชัน Z [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. TU Digital Collections. https://digital.library.tu.ac.th/...
4. เว็บไซต์ (Website)
ผู้แต่ง/องค์กร. (ปี, วัน เดือน). ชื่อบทความ/หน้าเว็บ. ชื่อเว็บไซต์. URL
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. (2566, 15 มีนาคม). แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกในยุคหลังโควิด. https://www.dbd.go.th/...
(หากไม่มีวันที่เผยแพร่ ให้ใช้ (ม.ป.ป.) ซึ่งย่อมาจากไม่ปรากฏปีพิมพ์)
ระยะบรรทัด
1. กฎมาตรฐานทั่วไป (Double-spacing ทั้งเล่ม)
ตามมาตรฐาน APA 7th Edition กฎพื้นฐานที่สุดคือ "ระยะห่างบรรทัดสองเท่า (Double-spacing)" ตลอดทั้งเล่ม และ "ไม่เพิ่มระยะว่างพิเศษระหว่างย่อหน้า"
ให้ตั้งค่า Line Spacing เป็น 2.0 (Double) ในแทบทุกส่วนของเอกสาร โดยไม่ต้องกด Enter เว้นบรรทัดเปล่าเพิ่มระหว่างแต่ละย่อหน้า และต้องตั้งค่า Paragraph Spacing ทั้ง Before และ After ให้เป็น 0 pt
2. ข้อยกเว้นที่อนุญาตให้ใช้ Single หรือ 1.5 Spacing
- เนื้อหาภายในตารางและภาพ (Tables & Figures) เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม: 1.0 (Single), 1.5, หรือ 2.0 (Double) เพื่อให้ข้อมูลอ่านง่ายและกระชับ
- เชิงอรรถ (Footnotes) ใช้ 1.0 (Single) ภายในแต่ละเชิงอรรถ แต่หากมีหลายรายการ ให้เว้นระยะระหว่างรายการด้วย Double-spacing
3. ระยะบรรทัดในหน้าบรรณานุกรม (References)
- ภายในรายการเดียวกัน: ใช้ Double-spacing (2.0) เหมือนเนื้อหา
- ระหว่างแต่ละรายการ: ใช้ Double-spacing ตามปกติ (ไม่ต้องเคาะ Enter เพิ่มบรรทัดว่าง)
- การย่อหน้า: ใช้รูปแบบ Hanging Indent (บรรทัดแรกชิดซ้าย บรรทัดที่ 2 เป็นต้นไปเคาะย่อหน้าเข้าไป 0.5 นิ้ว หรือ 1.27 ซม.)
4. ข้อสังเกตสำหรับ "งานวิชาการภาษาไทย"
สำหรับวิทยานิพนธ์หรือรายงานภาษาไทยในสถาบันส่วนใหญ่ (เช่น ที่ใช้ฟอนต์ TH Sarabun PSK / New 16 pt):
- มักนิยมปรับลดระยะบรรทัดเหลือ 1.0 (Single) หรือ 1.15 / 1.5 เท่า
- ในหน้าบรรณานุกรมภาษาไทย มักใช้ภายในรายการเป็น Single (1.0) แล้วตั้งค่า Spacing After เป็น 6 pt หรือเคาะเว้น 1 บรรทัดระหว่างรายการ เพื่อไม่ให้ตัวอักษรไทย (ซึ่งมีสระบน-ล่างและวรรณยุกต์) ดูกระจัดกระจายจนเกินไป
หากเขียนส่งมหาวิทยาลัยหรือวารสารในไทย แนะนำให้ยึดคู่มือของสถาบันเป็นหลัก เพราะมักมีการปรับเกณฑ์ระยะบรรทัดจาก Double-spacing ของ APA สากล

ความคิดเห็น