โครงการ Everyone Thailand (ข่าวดีเพื่อทุกคน) เป็นความร่วมมือของหลายองค์กรระดับโลก โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้ามาดำเนินงานในประเทศไทยคือกลุ่ม Empowered21 และ Global Evangelist Alliance (GEA) และคริสตจักรไทยบางแห่งทั่วประเทศ เป็นต้น โดยงานนี้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก EveryONE Fund
![]() |
| ขอบคุณภาพถ่ายจากข่าวสด: งานเปิดตัวโครงการ Everyone Thailand |
ลักษณะการจัดจะเป็นเวทีเพื่อการประกาศข่าวประเสริฐ ทำหมายสำคัญอัศจรรย์ เหมือนงานประกาศใหญ่ที่เราพบเห็นทั่วไปในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโปรเตสแตนต์สายเพ็นเทคอสต์และคาริสมาติก
อย่างไรก็ตามแม้จะได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กรคริสเตียนสายเพ็นเทคอสต์ คาริสมาติก และอีวัลเจลิคัลระดับโลก แต่ก็มีเสียงคัดค้านจากองค์กรคริสเตียนโปรเตสแตนต์สายหลักในประเทศไทย คือ สภาคริสตจักรในประเทศไทย สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย และสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ในประเทศไทย โดยมีจดหมายเปิดผนึกที่เขียนอย่างชัดเจนที่ไม่สนับสนุนและไม่รับรองโครงการดังกล่าว ทำให้เกิดการถกเถียงและสร้างความรู้สึกไม่สบายใจระหว่างคริสเตียนทั้งกลุ่มเพ็นเทคอสต์ คาริสมาติก และกลุ่มที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดแม้จะอยู่สังกัดคริสเตียนกระแสหลักก็ตาม
![]() |
| จดหมายเปิดผนึกจาก สภาคริสตจักรในประเทศไทย |
![]() |
| จดหมายเปิดผนึกจาก สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย |
![]() |
| จดหมายเปิดผนึกจาก สหคริสตจักรแบ๊บติสต์ในประเทศไทย |
เหตุผลหลักของการคัดค้านขององค์กรคริสเตียนสายหลัก
1. ความแตกต่างทางศาสนศาสตร์
มองว่าโครงการเน้น พระกิตติคุณแห่งความมั่งคั่ง (Prosperity Gospel), การแสดงอัศจรรย์, การล้มลง, การพยากรณ์ และการรับฤทธิ์เดช มากเกินไป ซึ่งขัดกับหลัก Sola Scriptura (พระคัมภีร์เป็นสิทธิอำนาจสูงสุด) หนึ่งใน 5 เสาหลักทางความเชื่อของคริสเตียนโปรเตสแตนต์ทั่วไป
2. เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ
การตั้งเป้าเข้าถึงคนจำนวนมาก (7 ล้านคน) และจัดงานใหญ่ อาจทำให้ลดทอนเรื่อง การกลับใจจากบาป และการสร้างสาวกอย่างลึกซึ้ง
3. บริบทวัฒนธรรมไทย
มองว่ารูปแบบงานประกาศลักษณะดังกล่าวเป็นรูปแบบตะวันตกมากเกินไป อาจไม่เหมาะกับสังคมไทยที่ให้ความสำคัญกับความสงบเรียบร้อย และควรเน้นการประกาศผ่านสายสัมพันธ์มากกว่าซึ่งเป็นวิธีที่เกิดผลมากที่สุดที่พิสูจน์โดยงานวิจัยและประสบการณ์มาตลอดหลายสิบปี
4. ความโปร่งใสของ EveryONE Fund แหล่งเงินสนับสนุนโครงการ Everyone Thailand
เท่าที่มีข้อมูล EveryONE Fund มีการประกาศต่อสาธารณะถึงพันธกิจ เป้าหมาย และกิจกรรมที่เงินทุนถูกนำไปใช้ พร้อมทั้งรายงานผลการเข้าถึงผู้คนและกิจกรรมที่จัดขึ้น แต่ยังไม่พบการเผยแพร่รายงานการตรวจสอบบัญชีหรือการใช้เงินแบบละเอียดต่อสาธารณะ และไม่มีข้อมูลว่ามีการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระหรือผู้สอบบัญชีภายนอก
![]() |
| ขอบคุณภาพถ่ายจาก ichurch: จอน ซอง หรือจอห์น ซ่ง |
นักเทศน์ฟื้นฟูในโลกแห่งโลกาภิวัฒน์
โลกของเรามีคริสเตียนสายเน้นประสบการณ์ลักษณะนี้อีกมากมาย เรายังไม่ได้สัมผัสนักเคลื่อนไหวบนเวทีที่เทียบเคียงกับ ดร.จอห์น ซ่ง (John Sung) หรือ ซ่ง ช่างเจี๋ย (宋尚節) นักเทศน์ฟื้นฟูชาวจีนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียช่วงศตวรรษที่ 20 (ค.ศ. 1930–1940) ท่านได้รับฉายา "จอห์น เวสลีย์ แห่งคริสตจักรจีน" หรือ "ผู้ประกาศที่ทรงพลังที่สุดแห่งศตวรรษ" ช่วงที่เข้ามาเมืองไทย คริสตจักรไทยส่วนใหญ่จะมีสไตล์เย็น ๆ จึงค่อนข้างต้านแนวทางการเทศนาเร้าใจของ ดร.จอห์น โดยวิจารณ์ว่าสไตล์ของท่านไร้อารยธรรมและกระตุ้นอารมณ์ผู้คนมากเกินไป แต่ในที่สุดก็ต้องยอมจำนนต่อผลลัพธ์ของชีวิตผู้คนที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะคริสตจักรจีนในไทยอย่างคริสตจักรสะพานเหลือง และคริสตจักรสาธร ไปจนถึงกระตุ้นนักเทศน์ฟื้นฟูอย่าง อ.บุญมาก กิตติสาร และ อ.สุข พงศ์น้อย ล่ามแปลภาษาที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างทรงพลัง จนเกิดคำว่า "ล่ามไฟลุก" ในประวัติศาสตร์คริสตจักรไทยในช่วงนั้น
ปัจจุบันแอฟริกามีประชากรคริสเตียนมากที่สุดในโลก ไม่แน่ว่าวันหนึ่งเมืองไทยจะได้พบผู้เทศนาฟื้นฟูจากไนจีเรีย เคนยา หรือเอธิโอเปีย เข้ามาจัดงานประกาศใหญ่ร่วมกับองค์กรสักแห่งในประเทศไทย ซึ่งน่าจะเป็นการเทศนาสไตล์เร้าใจรุนแรงเช่นกัน
คนไทยต้องการคริสเตียนไทยในการประกาศข่าวประเสริฐ
คริสตจักรท่ามกลางเวทีโลกาภิวัฒน์ สไตล์การเทศนาอาจจะหลากหลายบ้างก็คุ้นเคยและจะมีอีกที่จะไม่คุ้นเคย แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนตลอดมาเป็นร้อย ๆ ปีคือ "วัฒนธรรมไทยที่ดูเหมือนเปิดกว้าง แต่ไม่เปิดรับ" ซึ่งเป็นหน้าที่ของคริสเตียนไทยที่ต้องกลั่นกรองหาสาเหตุ ลองผิดลองถูก เพื่อให้คนไทยเข้าถึงพระกิตติคุณได้มากขึ้นต่อไป





ความคิดเห็น