หนังสือเล่มนี้ไม่ได้แนะนำให้เราเกียจคร้าน แต่ตั้งคำถามที่ท้าทายความเชื่อเราเกี่ยวกับการใช้เวลาและประสิทธิภาพของชีวิต โดยให้แง่คิดเชิงสำรวจและงานวิจัยมากมาย เช่น ทำไมยิ่งมีเทคโนโลยีเพื่อช่วยเราประหยัดเวลา เรากลับยุ่งขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นคนไม่มีเวลา
คงเป็นอย่างนั้น เพราะเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นไง แต่คำถามคือ แล้วเรามีประสิทธิภาพไปเพื่ออะไร ถ้าต้องแลกมาด้วยสุขภาพและความสัมพันธ์ที่ห่างเหินจากผู้คน ทั้ง ๆ ที่ความสุขที่แท้จริงของคนเราในที่สุดเรื่องความสัมพันธ์จะเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องอื่นใดทั้งหมด
ประเด็นที่น่าคิดคือ ความสุขเกิดขึ้นเมื่อเรามีเวลาว่างโดยไม่คิดอะไร จิตใจสบาย ๆ เบิกบาน แต่เราก็หยิบสมาร์ทโฟน สร้างความสัมพันธ์โน่้นนี่ไปเรื่อยกับผู้คนมากมายที่ส่วนใหญ่ในโซเชียลมีเดียไม่ได้รู้จักเราจริง ๆ แต่เรากลับเอาความสุขหรือทุกข์แขวนอยู่กับมัน
เรากังวลกับการไม่รู้ กังวลกับการไม่ทันข่าว กังวลกับการไร่ำรวยมากเพียงพอ เราจึงปรับโหมดตัวเองให้ทำงานหนัก หนักขึ้น ๆ เพราะหวังว่าการทำงานหนักจะทำให้เกิดประสิทธิภาพ แต่งานวิจัยชี้ชัดว่า ยิ่งเราเพิ่มชั่วโมงการทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดและเลยขีดจำกัด ประสิทธิภาพจะดีถึงจุดหนึ่งแล้วจะค่อย ๆ ลดลงตามเวลาที่เราเพิ่มเข้าไป
"พลังจึงไม่ได้อยู่ที่การยุ่งไปหมดทั้งวัน ซึ่งพอมาดูจริง ๆ เราอาจยุ่งกับเร่ื่องที่ไม่เกี่ยวกับการพัฒนาชีวิตให้ก้าวหน้าไปจริง ๆ ก็ได้" พลังกลับจะเพิ่มขึ้นหากเราเรียนรู้ที่จะหยุดและทวงคืนชีวิตกลับมาจากอะไรที่ทำให้ยุ่งโดยไม่จำเป็น
วิธีที่จะช่วยให้เราได้เวลาและได้ชีวิตกลับมา และยังเพิ่มประสิทธิภาพชีวิตไปด้วยกัน เช่น
1. เชื่อมโยงกับผู้คนมากขึ้นด้วยวิธีพูด
ไม่ใช่พิมพ์แชทในไลน์ ไม่ใช่โซเชียลมีเดีย เอาสิ่งที่เป็นออนไลน์ออกไป ออกไปคุยกับผู้คน โทรไปหา ใช้เสียงที่พระเจ้าประทานให้เราเพื่อสื่อสาร เมื่อลดการใช้สื่ออนไลน์คุณจะพบว่าเวลาของคุณจะมากขึ้น ประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้นผ่านการเชื่อมต่อกับผู้คน และเป็นผู้คนที่สำคัญกับคุณ
2. ลุกออกจากโต๊ะทำงาน
อย่าสร้างพื้นที่ปลอดภัยแบบปิดตัว เดินออกจากโต๊ะเมื่อพักอาหารกลางวัน คุยกับผู้คน ทานอาหารที่มีประโยชน์ สนุกกับการปล่อยใจดูโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ เพลิน ๆ แล้วเมื่อจบการพักก็กลับมาใหม่ แบบนี้จะช่วยให้เกิดการฟื้นฟูจิตใจได้ดีกว่าคิดแต่เรื่องงานหรือเล่นโทรศัพท์ตลอดเวลาที่พัก
3. ลงทุนกับการพักผ่อน
พักจริง ๆ คือไม่ต้องคิดเรื่องงานเลย ไม่เล่นมือถือ อยู่กับปัจจุบัน ซึมซับสิ่งตรงหน้า คิดว่าการไปเที่ยวคือรางวัลของการทำงานหนักของคุณ แล้วเมื่อคุณจบการพักคุณจะมีพลังขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ
4. สร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริง
พบปะกับผู้คน คุย ทานอาหารร่วมกัน ไม่ใช่โซเชียลมีเดียที่เป็นคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเราทุกวัน อยู่ด้วยกันนาน ๆ แลกเปลี่ยนความคิดกัน เข้าสังคม เข้าชมรม ไปโบสถ์ ปาร์ตี้แบบตั้งใจเข้าร่วมจริง ๆ คือปล่อยใจปล่อยเวลาพูดคุยกับผู้คน ฯลฯ
"ยืนยันว่ามีอะไรอีกมากมายที่ชวนคุณอ่านด้วยตัวเอง"
"Do Nothing พลังของการอยู่เฉย ๆ" เขียนโดย Celeste Headlee หนังสือไม่ใหม่มาก พิมพ์ปี 2023 ความหนา 303 หน้า ระดับความยาก: ง่าย เหมาะสำหรับคนยุ่ง ๆ ที่ควรทบทวนตัวเองใหม่ เล่มนี้ผมให้ 10/10 ครับ
#BookReview #DoNothing #พลังของการอยู่เฉยๆ #กนกอ่าน #KanokLeehakriengkrai

ความคิดเห็น