พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) ด้วยบาดแผลจากกระสุนปืนภายในพระบรรทมในพระบรมมหาราชวัง เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นปริศนาและเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สะเทือนใจที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่
คำพิพากษาของศาลฎีกา (ซึ่งเป็นศาลสูงสุดและถือเป็นข้อยุติในทางกฎหมายขณะนั้น) ออกพิจารณาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2497 โดยศาลได้สรุปและพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 3 คนด้วยข้อหา "สมคบคิดลอบปลงพระชนม์" โดยมีรายละเอียดในการวินิจฉัยและข้อสรุปดังนี้
1. สมมติฐานการสวรรคต
ศาลฎีกาได้นำผลการสืบสวนและพยานผู้เชี่ยวชาญมาสรุปเพื่อตัดประเด็นอื่นทิ้ง โดยวินิจฉัยว่า ไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุและไม่ใช่การยิงตัวเอง (อัตวินิบาตกรรม) ตามคำให้การของแพทย์ส่วนใหญ่ และหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ สรุปว่า ท่าทางของพระบรมศพและวิถีกระสุนไม่เอื้ออำนวยให้เกิดอุบัติเหตุหรือการยิงตัวเองได้เลย
2. ข้อสรุปและการลงโทษจำเลย 3 คน
นายชิต สิงหเสนี และ นายบุศย์ ปัทมศริน (มหาดเล็กห้องพระบรรทม) มีพฤติกรรมรู้เห็นเป็นใจ และ "ร่วมมือสมคบคิดในการลอบปลงพระชนม์" จึงพิพากษาลงโทษ ประหารชีวิต
นายเฉลียว ปทุมรส (อดีตราชเลขานุการในพระองค์) ศาลฎีกาได้นำประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองและการติดต่อกับบุคคลภายนอกมาวินิจฉัยใหม่ โดยมองว่านายเฉลียวมีส่วนพัวพันในลักษณะเป็น "ผู้ร่วมวางแผนและสนับสนุน" แผนการลอบปลงพระชนม์จากภายนอก จึงพิพากษากลับคำสั่งศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษ ประหารชีวิต นายเฉลียวด้วยเช่นกัน
"เช้ามืดของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 จำเลยทั้ง 3 ถูกนำไปประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า ณ เรือนจำบางขวาง"
แม้ศาลจะตัดสินไปแล้ว แต่ข้อสงสัยมากมายยังคงเป็นที่ถกเถียงของผู้คนตลอดมา เช่น
1. หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
ไม่มีหลักฐานชิ้นใดเลย ที่เชื่อมโยงว่า 3 คนนี้เป็นคนลั่นไก คือ ไม่มีคราบเขม่าดินปืนติดที่มือของจำเลย ไม่มีลายนิ้วมือแฝงของจำเลยที่เด่นชัดบนปืนของกลาง และไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ตอนยิงอย่างแท้จริง การพิจารณาของศาลเป็นการพิจารณาตามพยานและบริบทแวดล้อมเท่านั้น
2. สภาพพระบรมศพ
ประทับนอนหงายอยู่บนพระแท่นบรรทมในท่าทางที่สงบ เรียบร้อย ผ้าห่มคลุมเรียบตึงจนถึงพระอุระ (อก) และพระเนตร (ตา) ปิดสนิท เป็นการจัดแจงพระบรมศพหลังจากเสียงปืน ถึง 2 ชั่วโมง เสียงปืนดังขึ้นช่วงเวลาประมาณ 09.00 - 09.20 น. แต่นายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงกลับได้รับแจ้งเหตุอย่างเป็นทางการหลังเวลา 11.00 น. ไปแล้ว ในคดีอาชญากรรมทั่วไป การขยับศพหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าถือเป็นการทำลายหลักฐานทางนิติเวชร้ายแรง เพราะมันทำให้ไม่สามารถระบุท่าทางที่แท้จริงขณะถูกยิง หรือคราบเขม่าดินปืนที่ควรจะติดอยู่บนเสื้อผ้าชุดเดิมได้เลย แต่เพราะเป็นพระบรมศพ พระบรมราชชนนีจึงไม่อยากให้เป็นที่อุจาดตา
3. เงื่อนงำทางอำนาจและการเมือง
มีความพยายามไล่ต้อนทางการเมืองกับท่านปรีดี พนมยงค์ จากนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามโดยใช้ประเด็นสวรรคตมาเป็นสาเหตุ และมีนัยยะที่รัชกาลที่ 8 อาจสละราชสมบัติเพื่อลงมาเล่นการเมือง ซึ่งความใกล้ชิดระหว่างรัชกาลที่ 8 และนายปรีดี ทำให้เกิดกระแสข่าวลือในหมู่ฝ่ายตรงข้ามว่า ทั้งสองคนกำลังร่วมมือกันเปลี่ยนโครงสร้างประเทศในทำนองนี้
ถ้าเราตัดประเด็นที่อาจเดาได้ว่าเป็นการจัดฉาก เช่น ท่าพระบรมศพนอนหงาย ปืนวางที่ด้านซ้าย ปลอกกระสุนอยู่ด้านซ้าย หัวกระสุนฝังในพระแท่นแบบอยู่แบบนั้นไม่มีการหมุนเกลียวกับนุ่นเหมือนเอามาวางไว้เฉย ๆ ปืนจริงอาจจะถูกเปลี่ยน ฯลฯ
เมื่อตัดประเด็นเหล่านี้ไป และพิจารณาเฉพาะสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เราจะพบว่า
1. รัชกาลที่ 8 ทรงเสด็จสวรรคตบนพระแท่นบรรทมในขณะที่กำลังนอนหลับนิ่ง ไม่มีการเกร็งของกล้ามเนื้อในลักษณะต่อสู้หรือกล้ามเครียดจัด อธิบายได้ว่าพระองค์ถูกกระทำขณะไม่รู้ตัว
2. ฟิสิกส์ของปืนรุ่นนี้ที่จะดีดปลอกไปทางขวาเสมอ บอกเราว่า "วิถีการยิงต้องเกิดขึ้นจากคนที่ยืนอยู่ฝั่งซ้ายของเตียง" ไม่ใช่หัวเตียงค้ำมาทางพระเศียรตามที่ศาลตัดสิน
3. ลักษณะบาดแผลเป็นรูปดาว และมีรอยไหม้ที่บอกองศาของปืนได้ชัดว่าเป็นแนวตั้งหันหน้าเข้าหน้าผาก ถ้าจ่อจากหัวเตียงรอยปืนจะเป็นแนวหงาย
4. หากพระองค์ยิงตัวเองจะต้องอยู่ในท่าทางที่ประหลาดคือต้องนั่งชันเข่า จับปืนแบบกลับลำกล้อง แต่อาจหักล้างได้จากสภาพกล้ามเนื้อของพระองค์ไม่มีการเกร็งหลังสวรรคต
5. ถ้าตัดปัจจัยต่าง ๆ ออกแสดงว่ามีบุคคลที่สองอยู่ในห้อง และเป็นผู้ยิง
"หนังสือเล่มนี้ให้หลักฐาน ภาพถ่าย เอกสาร และอื่น ๆ มากมาย ซึ่งคนรุ่นหลังควรอ่านให้เข้าใจก่อนจะวิจารณ์เรื่องนี้ครับ"
"ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต (ฉบับสมบูรณ์)" เขียนโดย สุพจน์ ด่านตระกูล เล่มที่ผมอ่านเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 (ปรับปรุงใหม่) ปี 2564 ความหนา 464 หน้า ระดับความยาก: ปานกลาง เหมาะสำหรับผู้สนใจคดีสวรรคตที่ต้องการรับรู้หลักฐานและการพิจารณาโดยละเอียด
#BookReview #ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต #กนกอ่าน #KanokLeelahakriengkrai


ความคิดเห็น