ประวัติศาสตร์คริสตจักรเอเซียตะวันออก

หนังสือเล่มนี้ผมถือว่ามาก่อนกาล แม้จะพิมพ์ในปี ค.ศ.1994 แต่สำนวนการเขียน การแปล การเรียบเรียงและการอ้างอิงทำให้ผมรู้สึกเป็นหนังสือร่วมสมัย เพียงแต่การออกแบบปกดูเก่า และการจัดหน้ายังแน่นเกินไปเพื่อให้จุเนื้อหาได้ใน 126 หน้า ผมว่าถ้าใช้ฟอนต์ขนาดพอดี ๆ และจัดหน้าแบบปัจจุบัน เล่มนี้อาจจะหนาสัก 250 หน้าเลย

เท่าที่เราเรียนรู้ ประวัติศาสตร์คริสตจักรถูกเขียนโดยวัฒนธรรมตะวันตกและถ่ายทอดมายังเราโดยมักจะกล่าวถึงงานพันธกิจเยรูซาเล็ม ยูเดีย สะมาเรีย อินทิโอก ต่อไปยังยุโรป จากนั้นไปยังสหรัฐอเมริกาตามการอพยพตั้งรกราก และมิชชันนารีจึงค่อย ๆ เข้ามายังเอเซียผ่านอิทธิพลและเส้นทางของเหล่าลัทธิล่าอาณานิคมยุโรป มิชชันนารีจึงเข้ามาอินเดีย พม่า และมายังไทยในที่สุด แม้เป้าหมายหลักในเวลานั้นคือประเทศจีนกำลังพ่ายศึกในสงครามฝิ่นก็ตาม

อย่างไรก็ตามงานเขียนเล่มนี้ได้เปิดมุมมองเรื่องนี้โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 1-14 ก่อนยุคล่าอาณานิคมเพื่อให้เราเห็นถึงความสัมพันธ์และการเติบโตของคริสตจักรทั้งโลกผ่าน 3 กลุ่มใหญ่ที่สำคัญคือ คริสตจักรตะวันตกทื่กรุงโรม (ละติน) คริสตจักรตะวันออก (เอเซียไมเนอร์) ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล (กรีก) และคริสตจักรซีเรียตะวันออก (อารัม) ที่กรุงดามัสกัส

คริสตจักรยุคต้นตะวันตกฟื้นฟูต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ผิดจากคริสตจักรออร์ธอด๊อกซ์ที่เสื่อมลงตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 พร้อมกับการล่มสลายของจักรวรรดิออตโตมัน และคริสตจักรซีเรียตะวันออกที่รุ่งเรืองแต่ก็เสื่อมลงในศตวรรษที่ 14 หลังจากอาณาจักรมองโกลเสื่อมอำนาจ

งานพันธกิจตะวันออกเริ่มตั้งแต่การตกลงกันของเหล่าอัครทูตที่เสนอให้โธมัสเดินทางไปยังตะวันออก โธมัสตัดสินใจโดยพระเจ้าทรงหนุนใจผ่านนิมิตความฝัน ในบันทึกกล่าวไว้อย่างรวบรัดว่าโธมัสเดินทางไปยังอินเดียในฐานะช่างไม้ที่เป็นทาสรับจ้างสร้างพระราชวัง เมื่อพระราชามอบเงินจำนวนหนึ่งให้โธมัส  เขากลับนำเงินแจกจ่ายประชาชน เมื่อพระราชาถามโธมัสบอกว่าข้าได้แจกจ่ายเงิยนออกไปเพื่อเตรียมพระราชวังของพระราชา แต่พระราชาต้องสวรรคตเสียก่อน แน่นอนโธมัสถูกจับขังคุก ต่อมาอนุชาของพระราชาป่วยและสิ้นพระชนม์ อนุชาได้ไปเห็นพระราชวังที่โธมัสสร้างไว้บนสวรรค์ จึงขออนุญาตพระเจ้ากลับมาเพื่อจะขอซื้อพระราชวังจากพระราชา เขาหายป่วยและตื่นเต้นมากกับพระราชวัง เมื่อพระราชารู้ว่าเรื่องนี้เป็นจริงจึงปล่อยโธมัส ทั้งคู่ได้เชื่อวางใจในพระเยซูและเข้าพิธีบัพติศมา

คริสตจักรตะวันออกมีโต้แย้งทางศาสนศาสตร์ในประเด็นความเป็นเอกสภาวนิยมของพระเยซู (Monophysitic) คือยืนยันในสภาพพระเจ้าและมนุษย์ในพระเยซู โดยเฉพาะท่านเนสโตเรียส (Nestorius) หนึ่งในนักศาสนศาสตร์ของคริสตจักรอันทิโอกในปี ค.ศ. 428 แต่การกล่าวรวบรัดโต้แย้งกับไซรีล (Cyril) แห่งอเล็กซานเดรีย ที่กล่าวถึงพระแม่มารีย์ว่าเป็นมารดาของพระผู้เป็นเจ้า โดยเนสโตเรียสแก้เป็นมารดาของพระคริสต์ นำความไม่พอใจกับไซรีลและศิษย์ถึงขนาดตัดขาดคริสตจักรซีเรียออกจากจักรวรรดิ แม้ต่อมาการสังคายนาคาลเซดอน (Chalcedon) ในปี ค.ศ. 451 ได้พยายามแก้ต่างให้เนสโตเรียสก็ตาม คริสตจักรตะวันออกจึงถูกเรียกว่าเป็นพวกเนสโตเรียล (Nestorian Church) ตั้งแต่นั้น

งานพันธกิจขยายต่อไปอย่างมากมายในตะวันออก จนมีการบันทึกในศตวรรษที่ 8 ว่าจำนวนคริสเตียนซีเรียหรือเนสโตเรียล มีมากกว่าจำนวนคริสเตียนฝั่งตะวันตก เพราะงานพันธกิจขยายไปถึงอินเดีย ผ่านเส้นทางสายไหมทางบก ทิเบต มองโกล และจีน ส่วนเส้นทางสายไหมทางทะเลก็ไปยังมะละกา พม่า สยาม เวียดนาม คริสตจักรสายตะวันออก โดยมีศูนย์กลางที่ เปอร์เซีย ณ กรุงแบกแดด

ผมเคยอ่านประวัติศาสตร์ของมองโกล ยังแปลกใจที่สนมเอกของเจ็งกีสข่านเป็นคริสเตียนสายเนสโตเรียล ซึ่งแน่นอนคริสเตียนเนสโตเรียลประกาศออกไปจนถึงหลายเผ่าในมองโกล มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับข่านมองโกล คริสตจักรเจริญรุ่งเรืองที่สุดไปกับมองโกลในศตวรรษที่ 11 และเสื่อมลงพร้อมกับความล่มสลายของมองโกลในศตวรรษที่ 13

เนื้อหายังเชื่อมต่อมายังประวัติศาสตร์คริสตศาสนาในอยุธยาและสยามด้วย ต้องลองอ่านเพื่อเก็บข้อมูลที่น่าสนใจมากมายครับ

"ประวัติศาสตร์คริสตจักรเอเซียตะวันออก" เขียนโดย ออสการ์ ซการ์เซาเน พิมพ์ในปี 1994 โดยสถาบันศาสนศาสตร์ลูเธอร์แรน ความหนา 126 หน้า ระดับความยาก: ปานกลาง เหมาะสำหรับคริสเตียนผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์คริสตจักรตะวันออก แนะนำให้อ่านครับ แต่หนังสือน่าจะหายากแล้ว เล่มนี้ผมให้ 10/10 ครับ

ความคิดเห็น