วันอาทิตย์ทางตาล (Palm Sunday) วันสำคัญในเส้นทางสู่วันอีสเตอร์

อาทิตย์ทางตาล หรือ Palm Sunday ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นวันที่พระเยซูทรงเสด็จเข้าสู่เยรูซาเล็มเหมือนอย่างกษัตริย์ผู้พิชิต การที่พระองค์ทรงขี่บนหลังลูกลา ให้ความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่าทรงปกครองด้วยความสงบสุข เหตุการณ์นี้มีบันทึกในพระกิตติคุณทั้งสี่ฉบับคือในมัทธิว 21:1–11, มาระโก 11:1–11, ลูกา 19:28, และยอห์น 12:12–19

ในมัทธิวบรรยายเพิ่มว่ามีลา 2 ตัว คือแม่ลาและลูกลา แต่ส่วนใหญ่จะระบุว่าพระองค์ทรงลูกลา เหมือนดังคำพยากรณ์ในพระธรรมเศคาริยาห์ที่มีการเขียนถึงกษัตริย์ของศิโยนจะทรงลา และขยายความว่าเป็นลูกลา ซึ่งเป็นการเสด็จอย่างปกติของกษัตริย์อิสราเอลผู้ปกครองในยามสงบสุข

เศคาริยาห์ 9:9 ธิดา​แห่ง​ศิโยน​เอ๋ย จง​ร่า​เริง​อย่าง​ยิ่ง​เถิด โอ บุตรี​แห่ง​เย​รู​ซา​เล็ม​เอ๋ย จง​โห่​ร้อง นี่​แน่ะ กษัตริย์​ของ​เธอ​เสด็จ​มา​หา​เธอ ทรง​ความ​ยุติ​ธรรม​และ​ความ​รอด พระ​องค์​ทรง​อ่อน​สุภาพ​และ​ทรง​ลา ทรง​ลูก​ลา

การที่เราเรียกว่า “ทางตาล” เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นประชาชนต้อนรับพระองค์ด้วยการปูเส้นทางด้วยเสื้อผ้า โบกใบปาล์มไปมา (ใบตาล) วางใบปาล์มบนถนนทางเดินเพื่อให้พระเยซูทรงขี่ลาเดินผ่านเข้ามายังประตูเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม

ประตูนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6–7 บนซากประตูโบราณของพระวิหารที่สองในตำแหน่งเดิมที่พระเยซูเสด็จเข้ามายังเยรูซาเล็ม แต่ถูกปิดผนึกโดยสุลต่านสุไลมานในปี ค.ศ.1541 เพื่อป้องกันการใช้เป็นทางเข้าสำหรับการพิชิตเมืองตามคำพยากรณ์ทางศาสนา

ประตูที่พระเยซูเสด็จเข้ามา ปัจจุบันมีหลายชื่อ เช่น ประตูตะวันออก (The Eastern Gate) ประตูทองคำ (The Golden Gate) และประตูแห่งพระเมตตา (The Gate of Mercy) ประตูดังกล่าวมีการเปิดและก่อหินปิดตายหลายช่วงตลอด 1,000 ปี เพื่อป้องกันความวุ่นวายของฝ่ายที่อ้างว่าตนเองเป็นผู้นำที่แท้จริงที่เข้าประตูเดียวกันกับพระเยซูหรือแม้แต่การกล่าวอ้างว่าผู้เสด็จเข้าประตูนี้คือพระเมสสิยาห์

อย่างไรก็ตามเมื่อพระเยซูเสด็จเข้ามาแล้ว ทรงไปยังพระวิหาร เมื่อทอดพระเนตรจนทั่ว ตอนเย็นวันนั้นก็ทรงเสด็จออกจากกรุงเยรูซาเล็มไปยังหมู่บ้านเบธานีกับสาวก 12 คน

มาระโก 11:11 แล้ว​พระ​เยซู​เสด็จ​เข้า​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม​และ​เข้า​ไป​ใน​บริ​เวณ​พระ​วิหาร เมื่อ​ทอด​พระ​เนตร​ทุก​สิ่ง​จน​ทั่ว​แล้ว เวลา​ก็​จวน​ค่ำ จึง​เสด็จ​ออก​ไป​ยัง​หมู่​บ้าน​เบธา​นี​กับ​สา​วก​สิบ​สอง​คน​นั้น

วันอาทิตย์ทางตาล หลายคริสตจักรจะนำใบปาล์มต่าง ๆ มาโบกช่วงนมัสการ

ประเด็นสำคัญของอาทิตย์ทางตาล คือวันนี้เป็นวันที่พระเยซูเสด็จมาอย่างผู้พิชิตเพื่อพระองค์จะทรงยอมสิ้นพระชนม์ไถ่บาปเราบนไม้กางเขนในสัปดาห์ต่อมาในวันศุกร์ประเสริฐ (Good Friday) และฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่สามคือวันอีสเตอร์ (Easter Sunday) วันอาทิตย์ที่คริสเตียนจะเฉลิมฉลองกันเป็นประจำ

ขี้เถ้าจะถูกใช้ทำสัญลักษณ์กางเขนและโรยที่ศีรษะในวันพุธรับเถ้า

ตามธรรมเนียมของคริสตจักรสากล ส่วนหนึ่งของใบปาล์มที่นำมาโบกในวันอาทิตย์ใบตาลจะนำไปเก็บไว้ และเมื่อถึงเทศกาลอีสเตอร์ในปีถัดไป ใบปาล์มจะถูกนำไปเผาเพื่อเป็นเถ้าดำ เพื่อนำไปใช้ในวันพุธรับเถ้า วันเริ่มต้น 40 วันแห่งการอดอาหารในเทศกาลมหาพรต โดยศิษยาภิบาลจะนำเถ้าใบตาลมาทาที่หน้าผากของสมาชิกเป็นรูปกางเขน และโรยที่ศีรษะเล็กน้อยเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเราทั้งหลายมาจากผงคลีดิน สุดท้ายก็จะกลับเป็นผงคลีดิน

ปฐมกาล 3:19 ...เพราะ​เจ้า​ถูก​นำ​มา​จาก​ดิน และ​เพราะ​เจ้า​เป็น​ผง​คลี​ดิน และ​เจ้า​จะ​กลับ​เป็น​ผง​คลี​ดิน​ดัง​เดิม

วันอาทิตย์ทางตาลเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญในสัปดาห์ศักดิ์หรือเทศกาลมหาพรต (Lent) ที่นำใจเราไปสู่วันอีสเตอร์ซึ่งทั้งหมดมีความหมายมากสำหรับคริสเตียนทุกคณะนิกายในคริสตจักรสากล

ความคิดเห็น