หากจะเข้าใจหนังสือสักเล่มอย่างรวดเร็วและเก็บภาพรวมได้ เราต้องอ่านคำนำและสารบัญเพื่อให้ได้โครงความคิดของหนังสือเล่มนั้น ๆ ก่อนจะลงไปในรายละเอียดหน้าต่อหน้า การเข้าใจพระคัมภีร์อย่างถูกต้องก็เช่นกัน
พระคัมภีร์เป็นหนังสือที่รวบรวมถ้อยคำของพระเจ้าในช่วงต่าง ๆ ของประวัติศาสตร์มนุษยชาติจนมาถึงเราในปัจจุบัน แม้เราจะอ่านลงรายละเอียดทันที เราสามารถรับพระพรจากถ้อยคำของพระวจนะได้ แต่จะเป็นพระพรมากกว่าหากเราเข้าใจภาพรวม
หนังสือเล่มนี้เปิดด้วยการหนุนใจให้ผู้อ่านลองมองพระคัมภีร์เหมือนการดูแผนที่ที่ช่วยให้เราเห็นภาพกว้างทั้งโลกทุกทวีป ภาพกลางเห็นประเทศหรือเมือง และภาพย่อยที่เห็นรายละเอียดของการเดินทาง เราย่อมสามารถปะติดปะต่อภาพรวมได้อย่างเข้าใจไม่หลงทิศหลงทาง และนี่เป็นข้อคิดสำคัญที่หนังสือเล่มนี้ให้อ่าน
ประเด็นที่น่าคิดจากการอ่านเล่มนี้
1. กรอบความคิดของเรากับกรอบความคิดของพระคัมภีร์
ขณะที่เราอ่านพระคัมภีร์ เราได้นำวัฒนธรรมของเรามาอ่านร่วมไปด้วย และการตีความขึ้นอยู่กับกอบความคิดที่ถูกบ่มเพาะจากการเลี้ยงดูในครอบครัว การกลับใจ ประสบการณ์ในคริสตจักร ภูมิหลังนิกาย วัฒนธรรมประเทศ รวมทั้งประสบการณ์ชีวิตและการทำงานของเรา ฉะนั้นการเติบโตฝ่ายวิญญาณจึงจำเป็นมากต่อการปรับโฟกัสความเข้าใจตามความคิดพระคัมภีร์ซึ่งเป็นกรอบความคิดของพระเจ้า
2. อย่ารีบร้อนการประยุกต์ใช้
ยุคนี้คนใจร้อน ต้องการข้อสรุปว่ามีคำแนะนำอะไร มีกฎอะไร ข้อห้าม สิ่งอนุญาต หากเราต้องการข้อสรุปแบบนั้นระวังจะทำให้ตัวเองที่ได้รับพระคุณจากพระเจ้าพลาดจากพระคุณไปอยู่ภายใต้กฎปฏิบัติซึ่งเป็นเครื่องมือชี้ถูกชี้ผิดเหมือนเดิม ให้เราค่อย ๆ ซึมซับความเข้าใจในแต่ละบทแต่ละตอน ชื่นชมในพระวจนะในบริบทของพระวจนะ แล้วจึงประยุกต์ อย่าใจร้อนเกินไป
3. พระเยซูทรงเป็นศูนย์กลางเรื่องราวของพระคัมภีร์
การเดินทางทางความคิดของเราจะต้องไม่พลาดจุดนี้ เมื่ออ่านตั้งแต่ปฐมกาล พระเจ้าสร้างมนุษย์ มนุษย์ล้มเหลวตกอยู่ในบาป แผนการการช่วยกู้ของพระเจ้าค่อย ๆ เปิดเผยตลอดประวัติศาสตร์จนพระเยซูทรงเสด็จมา และเมื่อไถ่บาปแล้ว พระองค์ทรงสอนให้เราออกไปประกาศ เพื่อนำข่าวดีนี้ช่วยเหลือคนทั้งโลก และรอคอยการเสด็จมาครั้งที่สองเพื่อพิพากษาโลกและอยู่ร่วมกับประชากรแห่งอาณาจักรของพระองค์ ชัยชนะเป็นของผู้ที่เลือกวางใจในพระเยซูคริสต์
4. การเทศนาพระวจนะจะมีพลังมากหากผู้เทศน์เข้าใจแก่นความคิดพระคัมภีร์
หนังสือเล่มนี้สอนนักเทศน์ในการมองหาแก่นของพระคัมภภีร์ ให้ข้อคิดและตัวอย่างคำเทศนา จึงเหมาะมากสำหรับผู้เทศนา
พระวจนะใน 1 เปโตร 1:12 กล่าวไว้ว่า
"พระองค์ทรงเผยให้ผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นทราบว่า พวกเขาไม่ได้ปรนนิบัติตัวเองในเรื่องเหล่านี้ แต่ปรนนิบัติพวกท่าน บัดนี้เรื่องเหล่านี้ถูกประกาศแก่พวกท่านทางผู้ประกาศข่าวประเสริฐ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ประทานจากสวรรค์ เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งซึ่งพวกทูตสวรรค์ปรารถนาจะได้ดู"
คริสเตียนทุกคนเป็นผู้ขับเคลื่อนทำตามพระประสงค์พระเจ้าในยุคนี้ และเราจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าด้วยกัน
"แม้ทูตสวรรค์ยังปรารถนาจะได้อ่าน" เขียนโดย มาร์ก เมย์เนลล์ แปลโดย ดร.ธนาภรณ์ ธนโรจน์ประดิษฐ์ หนังสือใหม่ พิมพ์เดือนธันวาคม 2025 ความหนา 414 หน้า ระดับความยาก: ปานกลาง เหมาะสำหรับคริสเตียนที่เชื่อมาระดับหนึ่งแล้ว และผู้ที่ใช้พระคัมภีร์ใหม่ในการสอนหรือเทศน์ เล่มนี้ผมให้ 10/10 ครับ
#BookReview #แม้ทูตสวรรค์ยังปรารถนาจะได้อ่าน #รีวิวโดยกนก #กนกลีฬหเกรียงไกร #KanokLeelahakriengkrai

ความคิดเห็น