หนังสือทั้ง 10 เล่มนี้สรุปจากหนังสือทั้งหมดที่ผมอ่านในปี 2025 ซึ่งได้ประโยชน์สร้างมุมมองพิเศษมากมายในหลายมิติ ทุกเล่มดีพอ ๆ กัน ผมขอนำเสนอโดยเรียงลำดับการอ่านจบก่อนหลังครับ
1. "อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น" เขียนโดย ยาสุดะ ทาคาชิ
ไอเดียของหลังสือเล่มนี้ให้วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณผ่อนคลายและพูดคุยได้สนุกขึ้น
1. เริ่มด้วยรอยยิ้ม แนะนำตัวสั้น ๆ ด้วยมุกแซวตัวเองเล็ก ๆ
2. ฟังให้เป็น เสริมเล็กน้อยด้วยความเห็นของคุณ
3. เวลาพูดใช้เสียงในโน้ต ฟา หรือ ซอล จะฟังสบาย ๆ
4. ลองคุยเรื่องที่น่าสนใจแบบกลางๆ เช่น สภาพอากาศช่วงนี้ ข่าวที่กำลังเป็นกระแส เรื่องที่ไม่หนักจนเกินไป
5. พูดชมอีกฝ่ายด้วยใจจริง
หนังสือยังให้แนวคิดว่าคนที่อ่อนโยนคุยสนุก คุยยากกว่าคนปกติ เพราะพวกนี้เรียนเยอะ ประสบการณ์สูง ในทางกลับกันคนขรึม ๆ ดูน่ากลัว กลับจะจริงใจกว่า ส่วนคนที่เข้าสังคมเก่งพวกนี้ปกติเป็นคนไม่คิดมาก ให้เราคุยสนุก ๆ เพราะบรรยากาศยิ่งเฮฮา เขายิ่งชอบ เล่มนี้อ่านสนุกและนำไปใช้ได้จริงครับ ผมให้ 9/10 ครับ
2. "The Diary of A CEO" เขียนโดย Steven Bartlett
หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมประเด็นที่น่าสนใจจากพ๊อดแคส The Diary of A CEO ที่โด่งดังที่สุดในยุโรป มีผู้ฟังหลายล้าน ฉะนั้นจึงมีหลักคิดมากมายที่น่าสนใจและถูกกลั่นกรองอย่างคมชัดจากผู้มีประสบการณ์การทำงานจริงในระดับโลก หนังสือให้แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารของผู้นำคือการสร้างตัวตนให้พร้อมก่อนทั้งกายและใจด้วยการดูแลตัวเองอย่างดี จากนั้นทำงานด้วยเทคนิคที่ดี รู้จักการทำงานเป็นทีม ให้คนเก่งทำงานร่วมไปกับเรางานจะเกิดผลมากกว่า เป็นต้น ผมชอบเล่มนี้นะครับ 8/10 ครับ
3. "Thinking, Fast and Slow คิด, เร็วและช้า" เขียนโดย Daniel Kahneman
สังคมที่เน้นความคิดอย่างเป็นระบบจะไม่นิยมการตัดสินใจรวดเร็วด้วยการเร้าทางอารมณ์ แต่หากได้ตัดสินใจแล้วก็จะมั่นคงดี กลับกันสังคมที่เน้นอารมณ์ จะพบการตัดสินใจที่รวดเร็วจากสิ่งเร้าภายนอก แต่จะเห็นการเปลี่ยนใจอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามสาเหตุของการตัดสินใจ 2 อย่างนี้จะทำงานคู่กัน หากเราเข้าใจและใช้ให้ถูกกับประเด็นและสังคม เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ยั่งยืนจากส่วนตัวไปถึงการกำหนดนโยบายระดับประเทศยังได้
ส่วนตัวไม่แนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มต้นกับหนังสือประเภทนี้เพราะหนักเกินไปครับ ผมให้คะแนน 8/10 ครับ
4. "Just One Thing สุขภาพดี แค่ทำทีละอย่าง" โดย Dr. Micheal Mosley
หนังสือเล่มนี้ให้ทิปส์และทริคส์มากมายที่จะทำให้คุณสนุกกับการอ่านและการนำไปใช้จริง เพราะการรักษาสุขภาพหากรู้เทคนิค ปรับเปลี่ยนกิจวัตรเล็กๆ น้อยๆ อย่างต่อเนื่องจะช่วยได้ เช่น การออกกำลังกายที่ดีสามารถแบ่งเป็นช่วง ๆ ละ 10 นาทีก็ได้ และสำหรับทุกคนการวิดพื้นและทำท่าสค็วอช์ จะสร้างความสมดุลของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและขา ทำให้อายุยืนขึ้นและบาดเจ็บจากการหกล้มน้อยลง เมื่อเดินออกกำลังกาย ควรสวมเสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้นเพื่อจะรับแสงให้มากที่สุด ผิวของเราจะสกัดสารตั้งต้นของวิตามินดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาหารการกินที่ควรเพิ่มเข้าไป ได้แก่ ปลาที่มีโอเมก้า 3 ช่วยเพิ่มไขมันดีในร่างกาย อาหารหมักดองจะเพิ่มแบคทีเรียเพื่อสุขภาพของระบบย่อยอาหาร กาแฟกระตุ้นหัวใจและการรับรู้ เป็นต้น และควรเล่นเกมสัก 30 นาทีต่อวัน เลือกเกมแนว Action หน่อย เพื่อสายตาจะว่องไวและโสตประสาทจะแข็งแรง งานวิจัยสมัยใหม่พิสูจน์มาแล้ว คะแนนเล่มนี้ 7/10 ครับ
5. "The Definitive Book of Body Language วิชาอ่านใจคนจากท่าทาง" เขียนโดย Allan & Barbara Pease
ชีวิตคือความเกี่ยวข้องกับผู้คนทางใดทางหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเพิ่งพบเป็นครั้งแรกหรือพบกันหลายครั้งแล้ว หากเราเรียนรู้วิธีสื่อสารทั้งการพูดหรือท่าทางที่แสดงออก การสื่อสารนั้น ๆ จะมีประสิทธิภาพมาก เพราะในบรรดาการสื่อสาร ภาษากายเป็นเรื่องที่กระทบต่อการรับรู้ได้มากกว่าภาษาพูดเยอะ เล่มนี้จัดในหมวดจิตวิทยาภาษากายที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งเลย คะแนนที่ได้ 9.5/10
6. "ประวัติศาสตร์และศิลปะอีสาน" เขียนโดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ สุรพล ดำริห์กุล
ในจำนวนประชากรตามภาคที่มากที่สุดในประเทศไทยคงหนีไม่พ้นชาวอีสานบ้านเฮานี่เอง เพราะนอกจากจะมีจำนวนมากแล้วยังมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานอีกด้วย โดยมีหลักฐานการตั้งรกรากของประชากรนับย้อนกลับไป 10,000 ปี ตั้งแต่ยุคหินก่อนประวัติศาสตร์ ยุควัฒนธรรมโบราณต่าง ๆ จนถึงยุคนี้ เส้นทางประวัติศาสตร์ทำให้เกิดการถ่ายทอดซึมซับดัดแปลงและสร้างวัฒนธรรมเฉพาะตัวของอีสานขึ้นอย่างมีอัตลักษณ์ เช่น ภาษา ตัวอักษร ดนตรี การแสดงพื้นถิ่น และอื่น ๆ อีกมากมายที่เราเห็นได้ในปัจจุบัน เนื้อหาน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผมมาก แนะนำเลยครับ คะแนนที่ให้ 10/10
7. "จงเติบโตเป็นคนที่ตนเองชอบ" เขียนโดย กู่เตี่ยน
หนังสือเล่มนี้เป็นปรัชญาการพัฒนาชีวิตจากนักเขียนฝั่งจีนซึ่งน่าสนใจมาก สอดคล้องกับมุมมองคนเอเชีย หากคนรุ่นใหม่ที่อายุประมาณ 30 ลงมาได้อ่านหนังสือเล่มนี้ถือว่าเป็นการเรียนรู้ในการสร้างกรอบความคิดที่ดี แต่หากอายุมากกว่านั้นถือว่าเป็นการเรียนรู้ใหม่หรือลืมสิ่งเดิม ๆ แล้วลองเปิดรับกรอบความคิดลักษณะนี้ดูจะช่วยให้ดำเนินชีวิตในโลกใหม่ได้อย่างดีขณะเดียวกันก็ช่วยให้รู้จักตัวเองมากขึ้น เป็นการ Unlearned และ Relearn ในเรื่องต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เราเติบโตขึ้น เป็นเล่มแรกที่ผมให้คะแนน 10/10 ในปีนี้
8. "The One Thing กฎแห่งสิ่งเดียว" โดย Gary Kelly และ Jay Papasan
สุภาษิตรัสเซียกล่าวไว้ว่า ถ้ามัวแต่ไล่จับกระต่ายสองตัว...คุณจะจับไม่ได้เลยสักตัวเดียว หนังสือเล่มนี้ท้าทายความคิดของเราว่าแท้จริงมนุษย์เราหากทำอะไรหลายอย่างผลงานแต่ละอย่างจะออกมาไม่ดีที่สุด วิธีที่ดีคือตั้งเป้าที่มีความหมาย และตั้งเป้าเดียวที่เมื่อทำสำเร็จ เรื่องอื่นจะกลายเป็นเรื่องง่ายหรือทำให้เราแทบไม่ต้องทำอะไรต่ออีกเลย เป็นอีกเล่มที่สุดยอดสำหรับปีนี้ครับ 10/10
9. "Rebel Ideas: The Power of Diverse Thinking พลังแห่งการคิดต่าง" เขียนโดย Matthew Syed
หนังสือเล่มนี้เปิดประเด็นและให้แนวคิดในการทำงานเป็นทีมอย่างไรเพื่อให้ความคิดต่างเป็นเครื่องมือที่สร้างสรรค์สติปัญญาหมู่ได้ เพราะคนเราชอบทำงานร่วมกับคนที่คิดเหมือน ๆ กัน เรามักชอบแชร์ไอเดีย และมีผู้ฟังรับรองยืนยันไอเดีย เป็นทีมที่เสริมกันขึ้นในความเห็นรวม แต่ความสุขนี้อาจทำให้เราไม่เห็นปัญหาในมุมมองอื่นที่มาจากคนที่มีความหลากหลายแตกต่างจากเราได้
วิธีที่หนังสือเล่มนี้เสนอคือการทำงานเป็นทีมโดยเปิดรับความหลากหลาย
1. หัวหน้าทีมหรือผู้เชี่ยวชาญไม่ครอบงำความคิดของผู้อื่น
2. ยอมรับในเป้าหมายเดียวกัน
3. แชร์ข้อมูลให้แก่กันและกันด้วยความเต็มใจ
4. หากคิดต่างให้เปิดรับไว้ก่อน เพื่อทั้งหมดจะเห็นมุมมองที่แม้ไม่ตรงตามธรรมเนียมแต่ก็ช่วยให้ได้มุมมองที่มากขึ้น
เล่มนี้ดีนะครับ เหมาะสำหรับผู้นำที่ต้องการพัฒนาทีมงานที่หลากหลายอย่างสร้างสรรค์ เล่มนี้คะแนนที่ผมให้ 10/10 ครับ
10. "นิสัยผู้นำที่ทำให้ทีมสำเร็จ" เขียนโดย อันโด โคได
หนังสือเล่มนี้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นไปที่ผู้บริหารระดับกลางถึงสูง โดยเน้นการสร้างอุปนิสัยของผู้นำองค์กรตามแนวทางบริหารของญี่ปุ่น เช่น
1. ช่วง 10 ปีแรกของการทำงานสำคัญที่สุดต่อการพัฒนาทักษะเฉพาะตัว
2. ผู้บริหารที่ดีต้องเน้นการพัฒนาคนมากกว่าการลงมือทำเองทุกเรื่อง
3. การทำงานต้องเน้นที่ผลลัพธ์
4. การวางระเบียบในองค์กรเป็นงานหลักของผู้นำ
5. การสร้างคนต้องให้โอกาสเขามีประสบการณ์ทำงาน
เล่มนี้ผมให้คะแนน 9/10 ครับ
หนังสือทุกเล่มยังถือว่าใหม่มากครับ สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปครับ เพื่อน ๆ มีเล่มไหนที่สุดยอดในปีนี้ มาแชร์กันได้นะครับ

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)



ความคิดเห็น
นำสิ่งที่สรุปจาก ดร. กนก ไปประยุกต์ใช้ ++