พันธกิจของของประทานผู้นำ (Fivefold Ministry)

ปรับปรุงวันที่ 20/6/2026

พระธรรมเอเฟซัส 4:11-12 ได้บรรยายถึงของประทานผู้นำที่เป็นตัวบุคคลเพื่อเตรียมธรรมิกชนในการปรนนิบัติรับใช้ในคริสตจักร ภาษาอังกฤษใช้คำว่า The office of fivefold หรือ Fivefold ministry

เอเฟซัส 4:11-12 และ​พระ​องค์​เอง​ประ​ทาน​ให้​บาง​คน​เป็น​อัคร​ทูต บาง​คน​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ บาง​คน​เป็น​ผู้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ บาง​คน​เป็น​ศิษยา​ภิบาล​และ​อา​จารย์ เพื่อ​เตรียม​ธรร​มิก​ชน​สำ​หรับ​การ​ปรน​นิ​บัติ​และ​การ​เสริม​สร้าง​พระ​กาย​ของ​พระ​คริสต์


ลักษณะของประทานบุคคลจากพระคัมภีร์ข้อนี้

1. อัครทูต (Apostle) เป็นผู้ก่อตั้งและวางรากฐานคริสตจักรมากมายด้วยความชำนาญ

2. ผู้เผยพระวจนะ (Prophet) เป็นผู้นำทิศนำทางคริสตจักรโดยการสำแดงจากพระเจ้า

3. ผู้ประกาศ (Evangelist) เป็นผู้ประกาศนำคนมาเชื่อและเตรียมผู้ประกาศ

4. ศิษยาภิบาล (Pastor) เป็นผู้ดูแลอภิบาลสมาชิกในคริสตจักรท้องถิ่น

5. อาจารย์ (Teacher) เป็นผู้สอนพระคัมภีร์และวางรากฐานพระคัมภีร์ให้แก่คริสตจักร

"อย่างไรก็ตามของประทานศิษยาภิบาลและอาจารย์ตามไวยากรณ์เป็นคำเดียวกัน ซึ่งหากถือตามนี้จะมี 4 บุคคลแทน"

ศิษยา​ภิบาล​และ​อา​จารย์ หมายถึง 2 คน หรือเป็นคนเดียวทำหน้าที่ 2 อย่าง

การวิเคราะห์ไวยากรณ์กรีก (Grammatical Analysis) ในภาษากรีกข้อนี้เขียนว่า "τοὺς δὲ ποιμένας καὶ διδασκάλους" (tous de poimenas kai didaskalous)

โดย ποιμένας (poimenas) หมายถึง ผู้เลี้ยงแกะ (Shepherd/Pastor)

καὶ (kai) หมายถึง และ (And)

διδασκάλους (didaskalous) หมายถึง ผู้สอน (Teacher)

ประเด็นสำคัญคือในภาษากรีกมีการใช้ "กลุ่มคำเชื่อม" (Article + Noun + Conjunction + Noun) โดยมีคำนำหน้านาม (Article) ตัวเดียวคือ "τοὺς" (tous) นำหน้าคำว่า "ผู้เลี้ยง" และ "ผู้สอน" ซึ่งในหลักไวยากรณ์กรีก (โดยเฉพาะ Granville Sharp's Rule) เมื่อมีคำนำหน้านามตัวเดียวคุมสองคำนามที่เชื่อมด้วย "และ" (kai) มักจะหมายถึง ตำแหน่งเดียวที่มีสองคุณสมบัติ หรือ คนคนเดียวกันที่มีหน้าที่คาบเกี่ยวกัน

นักวิชาการส่วนใหญ่เห็นพ้องว่า ศิษยาภิบาลและอาจารย์ในบริบทนี้ "เป็นตำแหน่งเดียวกันที่ทำหน้าที่สองอย่าง" โดยมีเหตุผลสนับสนุนคือ

1. หน้าที่ที่แยกกันไม่ออก

ในเชิงปฏิบัติ การเป็น "ผู้เลี้ยง" (Pastor) ที่ดีต้องมีการ "สอน" (Teacher) เป็นพื้นฐาน หากผู้เลี้ยงดูแลแต่ความรู้สึกหรือการบริหารจัดการโดยไม่มีการสอนพระวจนะที่ถูกต้อง เขาจะไม่ใช่ผู้เลี้ยงที่ครบถ้วน ในขณะที่ผู้สอนหากสอนอย่างเดียวโดยไม่มีหัวใจของผู้เลี้ยง ก็อาจกลายเป็นนักวิชาการที่ขาดความผูกพันกับผู้เรียน

2. บทบาทที่สนับสนุนกัน

ศิษยาภิบาลคือผู้ที่ดูแลฝูงแกะในมิติของการประคับประคองชีวิต ส่วนอาจารย์คือผู้ที่ให้ "อาหาร" (ความจริง/พระวจนะ) แก่แกะนั้น ทั้งสองบทบาทนี้จึงถูกรวมไว้เป็นหน่วยงานเดียว (Unit) เพื่อการเติบโตที่สมบูรณ์

ฉะนั้นหากศิษยาภิบาลและอาจารย์ในบริบทนี้ "เป็นตำแหน่งเดียวกันที่ทำหน้าที่สองอย่าง" การมองแบบของประทานผู้นำน่าจะเป็น Fourfold Ministry มากกว่า Fivefold Ministry

แนวคิดเรื่องพันธกิจของของประทานผู้นำในยุคศตวรรษที่ 20-21

แนวคิดนี้เป็นหนึ่งในกระแสคลื่นลูกที่ 3 ของโปรเตสแตนต์ ที่เกิดขึ้นประมาณปี ค.ศ.1996 มีการเน้นการเผยพระวจนะพยากรณ์แบบวางมือเป็นคนๆ การนมัสการที่มีทีมนมัสการและเล่นด้วยเครื่องดนตรีที่ทันสมัย และพันธกรของประทานผู้นำทั้ง 5 ที่เสนอแนวคิดโดยกลุ่ม “ปฏิรูปอัครทูตใหม่ (New Apostolic Reformation-NAR)” 

กลุ่มนี้สอนว่าพระเจ้ากำลังนำการรื้อฟื้นกลับมาของของประทานผู้นำทั้ง 5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งของประทานอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ และได้วางเครือข่ายโครงสร้างผู้นำอัครทูตทั่วโลกโดยแต่งตั้งอัครทูตตามภูมิศาสตร์ ให้ขึ้นตรงกับอัครทูตเป็นชั้น ๆ จนมาถึงอัครทูตใหญ่ 12 คนในระดับโลก ซึ่งให้คุณค่าเทียบเท่าอัครทูต 12 คนที่พระเยซูคริสต์ได้แต่งตั้งขึ้น และท่ามกลาง 12 อัครทูตใหม่นี้ จะมี 1 อัครทูตคือผู้ก่อตั้งกลุ่มปฏิรูปอัครทูตใหม่ (NAR) เป็นประธาน (Presiding Apostle)

อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้ไม่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่กลับเสื่อมถอยลงตามอายุขัย เมื่อผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากไปกลุ่มนี้ค่อย ๆ เสื่อมความนิยมไปและมีการรื้อฟื้นเป็นช่วง ๆ ผู้รับใช้ในกลุ่มนี้ที่มีชื่อเสียงได้แก่ C. Peter Wagner, Benny Hinn, Beni Johnson เป็นต้น

อ.เปาโลพูดถึง ของประทานผู้นำในตอนนี้ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็น "ตำแหน่ง" ที่ตายตัว (Institutionalized ranks) แต่หมายถึง "ของประทาน" (Spiritual Gifts) ที่พระวิญญาณประทานให้แก่คนในคริสตจักรเพื่อเสริมสร้างร่างกายของพระคริสต์

การรับใช้ตามของประทานผู้นำทั้ง 5 หรือ 4 ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเรื่องเป็นของประทานบุคคลที่พระเจ้ามอบให้แก่คริสตจักรที่ระบุไว้ในพระคัมภีร์ แต่การกล่าวอ้างในเชิงโครงสร้างหรือการสร้างเครือข่ายอัครทูต เป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะศีรษะที่แท้จริงของคริสตจักรคือพระเยซูคริสต์ โดยมีพี่น้องทุกคนที่ร่วมกันทำให้เกิดผลตามของประทานและหน้าที่ที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งไว้ในพระวรกาย

ทัศนะต่อแนวคิดเรื่องของประทานผู้นำทั้ง 5 (Fivefold Ministry)

1. พระคริสต์เป็นศีรษะของคริสตจักร ไม่ใช่ของประทานผู้นำทั้ง 5

พระคัมภีร์ให้แนวคิดที่หนักแน่นและชัดเจนว่าพระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร ไม่มีใครสามารถตั้งตัวเป็นศีรษะของคริสตจักรได้นอกจากพระคริสต์ 

เอเฟซัส 4:15 แต่ให้เรายึดความจริงด้วยใจรัก เพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะ คือพระคริสต์

โคโลสี 1:18 พระองค์ทรงเป็นศีรษะของกาย คือคริสตจักร พระองค์ทรงเป็นปฐม เป็นผู้แรกที่ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย เพื่อพระองค์จะได้ทรงเป็นเอกในสรรพสิ่งทั้งปวง

ความจริงเราทุกคนเป็นอวัยวะของร่ายกาย หมายความว่าแม้แต่ละคนจะมีของประทาน ตะลันต์ หรือความสามารถแตกต่างกัน แต่ก็เป็นกายเดียวกันที่ประสานกันด้วยความรัก และมีพระเยซูคริสต์ทรงเป็นศีรษะของกายนั้น

1 โครินธ์ 12:27 ฝ่ายท่านทั้งหลายเป็นกายของพระคริสต์ และต่างก็เป็นอวัยวะของพระกายนั้น

2. เราแสวงหาพระเจ้าผู้ประทานของขวัญ ไม่ใช่แสวงหาของขวัญ

ของประทานเป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานแก่คริสตจักร ทั้งของประทานที่เป็นอย่างๆ จนถึงประทานผู้นำทั้ง 5 เราต้องเชื่อว่าพระเจ้าประทานพระคุณเพียงพอต่อคริสตจักร

1 โครินธ์ 12:18 แต่พระเจ้าได้ทรงตั้งอวัยวะไว้ในร่างกายตามชอบพระทัยของพระองค์

พระคริสต์เป็นผู้บริหารจัดการบทบาทในพระวรกายตามน้ำพระทัยของพระองค์ เราจึงสามารถไว้วางในพระเจ้าได้ว่าคริสตจักรจะไม่ขาดของประทานที่จำเป็นเพื่อการปรนนิบัติรับใช้ตามพระมหาบัญชา ให้เราเชื่อไว้วางใจในพระเจ้า ตระหนักว่าพระเยซูทรงเป็นศีรษะ

2 โครินธ์ 9:8 และพระเจ้าทรงฤทธิ์อาจประทานของดีทุกสิ่งอย่างอุดมแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อให้ท่านมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียงพอสำหรับตัวเสมอ  ทั้งจะมีสิ่งของบริบูรณ์สำหรับงานที่ดีทุกอย่างด้วย

หากคริสตจักรหรือกลุ่มของเราขาดของประทานอะไร ให้ความสนใจของเราพุ่งไปที่พระเจ้าก่อน ไม่ใช่มองมาที่ความสามารถของมนุษย์ ให้เราแสวงหาพระเจ้าผู้ประทานของประทานหรือแสวงหาการช่วยเหลือพิเศษจากมนุษย์ก่อน

3. คริสตจักรควรเน้นการสร้างชีวิตสมาชิกให้ไปสู่ความไพบูลย์ของพระคริสต์ มากว่าการพยายามแสวงหาการอยู่ภายใต้ของประทานทั้ง 5

ไม่มีตัวอย่างในพระคัมภีร์ที่คริสตจักรสมัยแรกพยายามแสวงหาการอยู่ภายใต้ของประทานทั้ง 5 เราพบแต่ของประทานทั้ง 5 รับใช้อยู่ท่ามกลางพี่น้องในคริสตจักร

กิจการฯ 13:1-3 คราวนั้นในคริสตจักรที่อยู่ในเมืองอันทิโอก  มีบางคนที่เป็นผู้พยากรณ์และอาจารย์ มีบารนาบัส สิเมโอนที่เรียกว่านิเกอร์ กับลูสิอัสชาวเมืองไซรีน มานาเอนผู้ได้รับการเลี้ยงดูเติบโตขึ้นด้วยกันกับเฮโรดเจ้าเมือง และเซาโลเมื่อคนเหล่านั้นกำลังนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าและถืออดอาหาร พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ตรัสสั่งว่า "จงตั้งบารนาบัสกับเซาโลไว้สำหรับการซึ่งเราเรียกให้เขาทำนั้น" เมื่อถืออดอาหารอธิษฐาน และวางมือบนบารนาบัสกับเซาโลแล้ว เขาก็ใช้ท่านไป

ในตอนนี้เราจะเห็นว่ามีบรรยากาศที่เป็นปกติมาก คือที่คริสตจักรอันทิโอกมีผู้พยากรณ์และอาจารย์  มีการนมัสการพระเจ้า มีการอดอาหาร มีการรับใช้โดยการทรงนำของพระวิญญาณ และเมื่อพระวิญญาณทรงแต่งตั้งบารนาบัสกับเซาโลสำหรับการซึ่งพระวิญญาณเรียกให้เขาทำ เขาก็ออกไป ตอนนี้ไม่ได้พยายามอธิบายว่ามีการวางมือแต่งตั้งให้ใครมีตำแหน่งอัครทูต แต่เป็นการเน้นที่การรับใช้ตามน้ำพระทัยพระเจ้ามากกว่า

หากเราไว้วางใจในพระเจ้า สัตย์ซื่อกับพระองค์ในการสร้างสาวก เราจะเห็นบางคนที่มีของประทานผู้นำเกิดขึ้นและเป็นพรอย่างมากในคริสตจักร ให้เราแสวงหาพระเจ้าเสมอ

4. ของประทานผู้นำทั้ง 5 มาจากสมาชิกของคริสตจักรที่มีสุขภาพฝ่ายวิญญาณดี

สมาชิกในคริสตจักรจึงต้องรับการสร้างสาวกให้จำเริญขึ้นในลักษณะชีวิตที่ดีงามแบบพระคริสต์อย่างเป็นธรรมชาติจนสามารถค้นพบของประทานของตน และคริสตจักรก็ปลดปล่อยของประทานนั้นๆ ตามโอกาสที่เหมาะสม

อัครทูตในคริสตจักรเยรูซาเล็มได้เลือก 7 คนจากสมาชิกเพื่อทำหน้าที่มัคนายกเพื่อแบ่งเบาภาระของอัครทูตในเรื่องการบริหารจัดการ

กิจการฯ 6:3 เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลายจงเลือกเจ็ดคนในพวกท่าน ที่มีชื่อเสียงดีประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และสติปัญญา เราจะตั้งเขาให้ดูแลการงานนี้

ต่อมาสเทเฟน และฟีลิป ผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นมัคนายก เสมือนได้กลายเป็น 1 ในของประทานผู้นำทั้ง 5 คือเป็นผู้ประกาศด้วย หากจะยึดตามแนวคิดนี้

กิจการฯ 6:8 ฝ่ายสเทเฟนประกอบด้วยพระคุณและฤทธิ์เดชจึงทำการมหัศจรรย์ และทำการเป็นนิมิตใหญ่ท่ามกลางประชากร

กิจการฯ 8:6 ประชาชนก็พร้อมใจกันฟังถ้อยคำที่ฟีลิปได้ประกาศ  เพราะเขาได้ยินท่านพูด และได้เห็นหมายสำคัญซึ่งท่านได้กระทำนั้น

เราจึงเชื่อไว้วางใจในพระเจ้าว่าพระองค์จะทรงประทานของประทานให้คริสตจักรอย่างเพียงพอในการรับใช้ตามช่วงการเติบโตของคริสตจักร แต่สมาชิกทุกคนต้องทำหน้าที่รับใช้อย่างเต็มที่ตามบทบาทและของประทานเพื่อคริสตจักรจะจำเริญขึ้นอย่างมีสุขภาพดี

5. คริสตจักรจะเกิดผลอย่างเต็มที่เมื่อของประทานทั้งหมดทำหน้าที่ในพระวรกาย

เอเฟซัส 4:16 คือเนื่องจากพระองค์นั้น ร่างกายทั้งสิ้นที่ติดต่อสนิทและประสานกันโดยทุกๆ ข้อต่อ ที่ทรงประทานได้จำเริญเติบโตขึ้นด้วยความรัก เมื่ออวัยวะทุกอย่างทำงานตามความเหมาะสมแล้ว

ของประทานผู้นำทั้ง 5 หรือ 4 ไม่ใช่ฮีโร่ของคริสตจักร เพราะแม้จะมีของประทานผู้นำทั้ง 5 หรือ 4 ในคริสตจักรแต่อวัยวะอื่นไม่ทำหน้าที่ ของประทานผู้นำก็ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์เช่นกัน

อ้างอิง

Arnold, Clinton E. Ephesians. Word Biblical Commentary, Vol. 42. Grand Rapids, MI: Zondervan, 2010.

Earle, Ralph H. Ephesians. In The New American Commentary, edited by David S. Dockery. Nashville, TN: B&H Publishing Group, 1996.

Lincoln, Andrew T. Ephesians. New International Commentary on the New Testament. Grand Rapids, MI: Eerdmans, 1990.

Longman, Tremper III, and David E. Garland, eds. The Expositor’s Bible Commentary: Revised Edition. Grand Rapids, MI: Zondervan, 2006–2012.

Thielman, Frank. Ephesians. Baker Exegetical Commentary on the New Testament. Grand Rapids, MI: Baker Academic, 2010.



ความคิดเห็น

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า
ขอบคุณมากครับ ขอพระเจ้าอวยพร