พ่วง อรรฆภิญญ์ ผู้รับใช้ที่โลกต้องไม่ลืม

ต้นสัปดาห์นี้ผมมีโอกาสอ่านหนังสืออัตชีวประวัติของ ศจ.พ่วง อรรฆภิญญ์ (1894–1963) จากหนังสือเรื่อง “อาจารย์ผู้ไร้ปริญญา” ความหนา 98 หน้า แรก ๆ คิดว่าไม่มีอะไร คงเป็นผู้นำคริสเตียนที่น่าประทับใจคนหนึ่งในยุคอดีต เริ่มอ่านตอนกลางคืนอ่านไปอ่านมา วางไม่ลง แต่ต้องนอนก่อน ปรากฏว่าต้องใช้เวลาถึง 2 วันจึงอ่านจบ เพราะเนื้อหาน่าสนใจมาก ไม่สามารถอ่านแบบรวดเร็วได้ ชีวิตของ อ.พ่วง เป็นชีวิตที่โลดโผนน่าทึ่งมาก

พ่วง อรรฆภิญญ์

ผมเป็นคนชอบประวัติศาสตร์เป็นทุน เรื่องราวของ อ.พ่วง เกิดขึ้นก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 จนไปถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 และจบลงสมัยจอมพล ป.พิบูลย์สงครามหลังปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี พ.ศ. 2475 ฉะนั้นบรรยากาศชีวิตในสมัยของท่านเป็นความถนัดคุ้นเคยของผมเลย

ครับ อาจารย์พ่วง เป็นผู้รับใช้พระเจ้าที่ไร้ปริญญาจริง ๆ ตอนเด็ก ๆ ท่านไม่เรียนหนังสือ จบแค่ ป.4 จากนั้นเที่ยวเล่นจนเสียคน แต่หลังจากท่านมารู้จักพระเยซูคริสต์ท่านเปลี่ยนไปเป็นคนละคน รับใช้พระเจ้าอย่างสุดใจ นำการฟื้นฟูจากยุคสมัยที่มีคริสเตียนโปรเตสแตนต์เพียง 8,000 คน หรือ 0.01% (ปัจจุบันประมาณ 0.75%) จนมีผู้เชื่อหลายหมื่นคนในสมัยท่าน

อาจารย์พ่วงเป็นเด็กที่มีอีโก้แรง หนีออกจากบ้านมาหางานทำในบางกอก เมื่อพบมิชชันนารีกำลังประกาศก็สนใจฟัง และสุดท้ายกลับใจมอบถวายชีวิตให้พระเจ้าตั้งแต่วัยรุ่น อ.พ่วง วนเวียนมาฟังเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมอยอร์ช แม็คฟาร์แลนด์สังเกตและชวนมาทำงานด้วยกันเป็นกรรมกรเงินเดือน 15 บาท ต่อมาบริษัทเดินเรือเมล์มาขอตัวเพราะเห็นหน่วยก้านดี ก็ไปทำ เงินเดือนดีมาก 90 บาท (น่าจะเยอะในสมัยนั้น) สิ่งแรกที่ผมประทับใจคือ อ.พ่วง เมื่อทำไปสักพักก็หน้าเศร้ากลับมาของานทำกับหมอยอร์ช ด้วยเหตุผลว่าบริษัทให้ทำงานทุกวันโดยไม่หยุดวันอาทิตย์ ซึ่งเขาบอกว่าเป็นคริสเตียนต้องมาโบสถ์วันอาทิตย์สิ หมอยอร์ชจึงรับเข้ามาเหมือนเดิม อ.พ่วงทิ้งเงินเดือน 90 บาท มารับเงินเดือน 15 บาท เพราะอยากมาโบสถ์วันอาทิตย์ นี่เป็นเรื่องที่ไม่เกิน 20 หน้าแรก ผมก็วางไม่ลงแล้วอยากรู้ว่าชีวิตของคน ๆ นี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

พระอาจวิทยาคม (ยอร์ช บี. แมคฟาร์แลนด์)

อ.พ่วงได้เรียนพระคัมภีร์และตัดสินใจอุทิศชีวิตให้ในการรับใช้พระเจ้า สิ่งเดียวที่อยู่ในใจของ อ.พ่วงคือ ทำอย่างไรให้คนไทยมารู้จักพระเจ้ามากที่สุด อ.พ่วง ศึกษาวิธีประกาศฟื้นฟูของมิชชันนารีก็พบว่ามีช่องว่างทางวัฒนธรรมอยู่มาก จึงออกแบบโปรแกรมการประกาศฟื้นฟูของตัวเองขึ้นเป็นการประกาศแบบพึ่งพาการอธิษฐานอย่างมากและเทศนาต่อกัน 7 วัน ผลคือมีผู้เชื่อเกิดขึ้นมากมายอย่างต่อเนื่อง นำการฟื้นฟูมายังคริสตจักรได้จริงๆ เพราะมีคนใหม่เข้ามาก็เกิดกระบวนการบัพติศมา สร้างสาวก ฯลฯ คริสตจักรมากมายมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย คนเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ได้ฟัง คำพยานและคำเทศนาของ อ.พ่วง ด้วยวิธีนี้

งานฟื้นฟูที่โคราช อ.พ่วงคนแรกทางขวามือ

การสะดุดเกิดขึ้นในสมัยสงคราม แต่เมื่อสงครามจบ อ.พ่วง ก็ทำอย่างเดิมคือประกาศอย่างร้อนรน และมีหลายครั้งอ.พ่วงเกิดความขัดแย้งกับมิชชันนารีอย่างรุนแรงจน อ.พ่วงประกาศไม่รับเงินเดือนจากคริสตจักรเพื่อพิสูจน์ว่าการทำแบบนี้ไม่ได้ด้วยแรงจูงใจเรื่องเงินเลย แต่เพื่อคนไทยจะรับตวามรอดจริง ๆ ขณะเดียวกันก็เหน็บพวกมิชชันนารีที่เอาแต่ประชุมหาสาระไม่ได้ อ.พ่วงเหมือนจะเลิกสมาคมกับสภาคริสตจักรช่วงหนึ่ง จนกระทั่งภรรยาได้หนุนใจว่างานรับใช้ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือกับทุกคนจึงจะมีพลัง อ.พ่วงจึงกลับไปประชุมกับสภาคริสตจักรและได้รับเลือกให้เป็นประธานต่อเนื่องถึง 3 สมัย แต่ อ.พ่วงไม่ได้สนใจตำแหน่งมากกว่าการประกาศ เพราะการประกาศจะนำมาซึ่งคนที่จะได้รับความรอด

คำแนะนำของ อ.พ่วง คือ
1. คริสตจักรต้องให้ความสำคัญกับการประกาศนำวิญญาณมาสู่ความรอด
2. งบประมาณหลักของคริสตจักรต้องสนับสนุนการประกาศเป็นหลัก
3. ผู้นำต้องเข้มแข็งรักษาชีวิตในทางพระเจ้าไม่ให้โลกียวิสัยดึงไป ได้แก่ เรื่องเพศ เรื่องเงิน และอย่าโง่โดนคนหลอกง่าย ๆ 
4. เป็นผู้รับใช้พระเจ้าต้องอธิษฐานให้หนัก
5. จะรับใช้พระเจ้าต้องหน้าทน เพราะต้องประกาศ ติดตามแกะแม้เขาจะปฏิเสธก็ต้องหน้าทนไว้ ตื้อต่อไป
6. คริสตจักรต้องให้โอกาสคนหนุ่มสาวให้ทำงานรับใช้
7. การส่งคนไปเรียนโรงเรียนพระคริสตธรรมเป็นสิ่งสำคัญ อย่ามองข้ามเรื่องนี้
8. สนับสนุนคริสตจักรให้เลี้ยงตนเองให้ได้ คือไม่เอาเงินไปให้ ต้องให้เขาเลี้ยงตัวเองให้รอด
9. หมั่นหาความรู้เสมอ อ.พ่วง แม้ไม่มีปริญญา แต่ท่านเป็นนักอ่านตัวยง ท่านมีหนังสือกองท่วมโต๊ะและจำได้ว่าเล่มต่าง ๆ พูดว่าอย่างไร ท่านสนใจประวัติศาสตร์ไทยและอเมริกามาก จะไล่เลียงเรื่องนี้กับท่านถือว่าตามท่านได้ยาก

อ.พ่วง ไปเยี่ยมเยียน จอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ขณะลี้ภัยที่ญี่ปุ่น

เพลงที่ อ.พ่วงโปรดเป็นพิเศษมีเนื้อร้องที่น่าประทับใจมาก
(เพลงบทที่ 126)

ข้าไปแต่ตัว อย่างนี้หรือ
พบผู้ช่วย อย่างนี้ดีหรือ
ไม่ได้ทำอะไรถวายเลย
ไม่มีสิ่งใดมาในมือ

(ร้องรับ) ข้าต้องไปแต่ตัว อย่างนี้หรือ พบผู้ช่วยอย่างนี้ดีหรือ ไม่ทันหาวิญญาณถวายท่าน ข้าจะต้องไปแต่ตัวหรือ

โอพวกเราตื่นขึ้นเร็วเร็วเข้า
รีบกระทำการเมื่อยังวัน
ความตายนั้นเปรียบเหมือนเงาตามเรา
จงรีบช่วยวิญญาณให้ทัน

ขอบคุณคำพยานชีวิตของ อาจารย์พ่วง อรรฆภิญญ์ ที่กระตุ้นใจผมให้รู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการประกาศ วันก่อนได้ไปเยี่ยมหลุมศพท่านที่คริสตจักรศรีพิมลธรรม จ.เพชรบุรี แต่เท่าที่อ่านจากนิสัยใจคอของท่าน “ท่านอาจจะตะเพิดไล่ผมให้ไปประกาศหรือรับใช้พระเจ้าก็เป็นได้”

หลุมศพ อ.พ่วง อยู่ด้านหลังคริสตจักรศรีพิมลธรรม จังหวัดเพชรบุรี (23 พ.ย. 1894–19 พ.ค. 1963)

วงษ์สังข์, สัมฤทธิ์. อาจารย์ผู้ไร้ปริญญา. กรุงเทพฯ: แผนกชูชีพแหล่งพัฒนาประชาคมในเมือง, 1970.

ความคิดเห็น

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า
สรรเสริญพระเจ้า ขอบคุณพระเจ้าที่มีผู้รับใช้ที่เป็นแบบอย่าง ให้เรารุ่นหลัง เป็นที่หนุ่ยใจมากครับอาจารย์ ขอบคุณที่แบ่งปัน ขอพระเจ้าอวยพร